| Nong's profileNong's spacePhotosBlogLists | Help |
|
February 24 ทริปโอซากา 15-19 กุมภาพันธ์ 2551ทริปสั้นๆ โอซากา-โกเบ-นารา-เกียวโต ใช้เวลากินเที่ยวรวม 3 วัน 3 คืนเต็มๆ โดยไม่นับวันเดินทาง
เดินทางออกจาก กทม ดึกวันที่ 15 ร่อนลงสนามบินคันไซที่โอซากาเช้าวันที่ 16 ออกสตาร์ทเที่ยวที่ปราสาทโอซากาเป็นที่แรก ตัวปราสาทโอซากาผ่านการบูรณะมาแล้ว แต่กำแพงและคูน้ำล้อมรอบยังคงเป็นของดั้งเดิม ที่นี่มี Time Capsule ที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งมีงาน Expo ปี ’70 ใน Time Capsule นี้จะเก็บข้าวของเครื่องใช้และอะไรก็ตามที่คนญี่ปุ่นอยากเก็บไว้ให้คนยุคหลังได้ศึกษา เจ้า Time Capsule นี่มีกำหนดจะถูกเปิดอีกครั้งในอีก 500 ปีข้างหน้า คนยุคนั้นจะได้เห็นว่าคนยุคก่อนมีอารยธรรมอย่างไรกัน
ออกจากปราสาทโอซากา มุ่งหน้าสู่โกเบ เมืองท่าสำคัญ ที่นี่ได้เจอหิมะตกเป็นละอองแบบเบาบาง แวะทานข้าวเที่ยงเป็นบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ เมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลสดอร่อย ช้อปปิ้งเพลิดเพลิน ชมบรรยากาศท่าเรือ และร้านค้าสไตล์น่ารักๆ ออกจากโกเบ ย้อนกลับไปโอซากา เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไคยูคัง เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ มีสัตว์น้ำให้ดูหลากหลาย ออกจากที่นี่ ไปทานอาหารเย็นเป็นบุเฟฟต์ของทอดสไตล์ญี่ปุ่น เลือกเอง ชุบแป้งเอง ทอดเอง หยิบใส่ปากเอง สนุปและอิ่มอร่อยแบบชุดใหญ่ก่อนเข้าพักที่โรงแรม
17 กุมภาพันธ์ ถึงคิวลุย Universal Studio ที่สร้างได้อลังการ มีสิ่งก่อสร้างและเครื่องเล่นที่จำลองสถานการณ์จากภาพยนตร์มากมาย มันน่าเสียดายที่ไม่สามารถเข้าคิวเล่นได้หมดในวันเดียวเพราะคนเยอะมากๆ เฉพาะที่เห็นเข้าคิวรอผ่านประตูตอนที่สวนสนุกเปิดก็เกินกว่าพันคนแน่ๆ แล้ว เครื่องเล่นไฮไลท์ได้แก่ Spiderman เครื่องเล่นที่ต้องนั่งรถรางเข้าไปชมหนัง 3 มิติ และ Jaws ที่ลงทุนไปมหาศาล แต่การเข้าคิวรอเล่นก็ทำให้เพลียทีเดียว ครอบครัวแตกแยกกันตรงนี้เองเพราะลูกจะไปเล่น Spiderman ที่ต้องเข้าคิว 1 ชั่วโมง พ่อแม่เลยทิ้งลูก ควงกันไปเล่น Jurassic Park Ride แยกกันไปพักนึงครอบครัวก็กลับมาพร้อมหน้า ไปเล่น Jaws ด้วยกัน หลังหาข้าวเที่ยงกินก็แยกย้ายกันอีกครั้งเพราะลูกจะวิ่งไปถ่ายรูปให้ทั่วๆ ปล่อย 2 ตายายไปเดินเล่นกันเองตามลำพัง แยกกันไม่นาน หิมะตกเป็นสาย พ่อแม่ดีใจได้เจอหิมะสมใจ หลังจากที่แอบผิดหวังก่อนเดินทางว่าหิมะหมดไปแล้ว แต่นี่ได้เจอแบบตกลงมาจากฟ้ากันเลยทีเดียว ดีใจด้วยๆ
ออกจาก Universal Studio มุ่งหน้าสู่โปรแกรมช้อปปิ้งอีกรอบ บุกย่านชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งสำคัญของชาวโอซากา ถ้าเป็นบ้านเราก็คงเป็นสยามนั่นเอง ที่นี่เป็นถนนเส้นยาว สองข้างทางเป็นร้านค้าขายของหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้าแฟชั่น ขนม ใบชา เครื่องสำอาง ฯลฯ แต่ที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้ ก็ต้องยกให้ป้ายโฆษณาปูยักษ์และผลิตภัณฑ์กูลิโกะนั่นเอง เดินเล่นเสียเงินแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเย็น มื้อนี้เป็นบุฟเฟต์ชาบูที่อร่อยจนไม่อยากลุกกลับโรงแรมกันเลยทีเดียว
18 กุมภาพันธ์ วันนี้เที่ยวเมืองเก่า เป้าหมายเป็นวัดทั้งหมด เริ่มต้นกันที่นารา วัดโทไดจิ ที่วัดนี้มีกวางจำนวนมากเดินเล่นไปมาต้อนรับนักท่องเที่ยว กวางมารยาทเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว แถวนั้นจะมีร้านขายขนมเซมเบ้ไว้ให้นักท่องเที่ยวเลี้ยงกวาง แต่ก็มีกวางบางตัวเก็บกระดาษที่ตกหล่นแถวนั้นเข้าปากเคี้ยวกันเพลิน เข้าไปชมวัดแล้ว ซื้อของที่ระลึกแล้ว ออกเดินทางต่อไปยังเกียวโตเพ่อทานข้าวเที่ยง ซูชิเซ็ทแสนอร่อย
อิ่มท้องแล้วก็เริ่มต้นโปรแกรมภาคบ่ายที่ศาลเจ้าเฮอัน ต่อด้วยวัดคินคาคุจิที่คุ้นชื่อกันดีจากการ์ตูนอิคคิวซัง ตัววัดผ่านการบูรณะชนิดที่เรียกว่าสร้างใหม่กันทั้งหลัง ปราสาทสีทองสวยอร่ามอยู่กลางสวนญี่ปุ่น สวยมากทีเดียว ออกจากคินคาคุจิ มุ่งหน้าสู่ที่หมายสุดท้าย วัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใส ที่นี่มีสิ่งล่อตาล่อใจหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ถนนทางขึ้นลงที่มีสารพัดร้านค้าขายของที่ระลึกต่างๆ ตัววัดที่สวยงาม มุมดื่มน้ำที่เชื่อว่าจะทำให้สุขภาพดี โดยต้องใช้กระบวยรองน้ำที่ตกมาจากด้านบน 3 สายมาดื่ม และมุมที่สาวๆ สนใจกันมากมายก็คือมุมหินทำนายรัก วิธีการเสี่ยงทายก็คือ เดินหลับตาจากหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนหนึ่งที่อยู่ห่างไปประมาณ 20-30 เมตร หากเดินไปได้เองโดยปลอดภัย ก็แปลว่าจะได้พบเนื้อคู่ แต่ถ้าไม่มั่นใจ ให้เพื่อนเดินบอกทางหรือคอยประคองกันไป ก็แปลว่าจะได้คู่ แต่ต้องพึ่งพาพ่อสื่อแม่สื่อ หาคู่เองไม่ได้ มีสาวๆ ญี่ปุ่นเดินหลับตาเป๋ไปเป๋มากันเยอะทีเดียว
เที่ยวเสร็จ ช้อปปิ้งกระเป๋าแฟ่บ เดินทางกลับสู่โอซากา ทานอาหารเย็นเป็นบุฟเฟต์อาหารย่าง อิ่มอร่อยแล้วแวะซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตอีกครั้งก่อนเข้าโรงแรม เก็บข้าวของรอเดินทางกลับบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น
19 กุมภาพันธ์ ออกจากโรงแรม 8 โมงครึ่ง มุ่งหน้าสู่สนามบินคันไซ บินกลับบ้านตอน 11 โมง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์มากมาย บ้านเมืองมีความทันสมัย แต่ก็อนุรักษ์สิ่งเก่าแก่ไว้ได้แบบกลมกลืน ทุกอย่างน่าดู น่ากิน น่าใช้มากๆ ข้าวของที่ซื้อขายกันอาจจะราคาแพงหากเทียบกับบ้านเรา แต่คุณภาพของวัตถุดิบ การผลิต และไอเดียในการจัดทำให้หน้าตาของมันออกมาสวยงามก็ทำให้รู้สึกว่าคุ้มราคาที่ตั้งไว้เสียสูงเชียว อาหารและขนมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอะไร ซื้อจากที่ไหน อร่อยไปเสียหมด ไม่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ดีเลย ไปแล้วอยากอยู่ต่อนานๆ TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://nong-sp.spaces.live.com/blog/cns!9E80B6E53F60E093!1453.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|