Nong's profileNong's spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 03

    ทริปเกาหลีฉบับกะทัดรัด

    ไปแฟมทริปเกาหลีเพื่อศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจทัวร์ไปเกาหลีในเร็วๆ นี้  แม้จะออกเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 28 มิถุนายน  แต่เริ่มเที่ยวในเกาหลีจริงวันที่ 29 เลยอยากจะเรียกว่าเป็นโปรแกรม 3 วัน 2 คืนมากกว่า
     
    28-29 มิถุนายน
    ออกจากรุงเทพฯ 4 ทุ่มครึ่ง ลงจอดที่สนามบินอินชอนเวลาตี 5 ครึ่งโดยประมาณ  รวมตัวกันครบก็ออกจากสนามบินไปทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารไทยเล็กๆ  เป็นข้าวต้มและกับข้าวง่ายๆ ไม่กี่อย่าง  จากนั้นนั่งรถขึ้นเหนือไปยังเขตชายแดนเกาหลีใต้  เข้าหอสังเกตการณ์ที่มีพิพิธภัณฑ์แสดงภูมิศาสตร์ชายแดนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้  พรมแดนธรรมชาติที่กั้นเกาหลีเหนือและใต้เอาไว้ก็คือแม่น้ำอิมจิน ส่วนที่กว้างที่สุดของแม่น้ำกว้าง 3.2 กม.  จากหอสังเกตการณ์สามารถมองไปเห็นแผ่นดินเกาหลีเหนือได้ เหมือนยืนอยู่ริมแม่น้ำโขงแล้วเห็นฝั่งลาวอยู่ตรงข้ามกันแบบนั้นเลยทีเดียว  ที่นี่ยังมีการจำลองภาพความเป็นอยู่แบบชาวเกาหลีเหนือเอาไว้  และมีนิทรรศการแสดงความพยายามหลายสิบปีในการรวมเกาหลีทั้งสองเข้าด้วยกัน
     
    กลับเข้าตัวเมืองของกรุงโซล  แวะเที่ยววัดโชเกซา  ไหว้พระขอพร  แล้วไปทานอาหารเที่ยง  ลิ้มรสอาหารเกาหลีมื้อแรก  เป็นหมูและปลาหมึกย่างในกระทะสไตล์เกาหลี  มีผักแกล้มหลายอย่าง  อาหารทุกมื้อมีกิมจิเป็นเครื่องเคียงอย่างไม่ต้องสงสัย
     
    อิ่มแล้วไปเข้าวัง  ชมพระราชวังเคียงบ็อก  ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์จำลองสภาพชีวิตของชาวเกาหลี  นับแต่การกำเนิดดินแดนของเกาหลี  วิถีชีวิตของชาวเกาหลี  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย อาหาร บ้านเรือน  แล้วออกมาเดินชมเขตพระราชวัง  พระราชวังเคียงบ็อกไม่ค่อยมีสีสันมากนัก  ขนาดไม่ใหญ่โตอลังการเท่าพระราชวังต้องห้ามของปักกิ่ง  ศิลปะการก่อสร้างก็ไม่ต่างจากของจีนหรือญี่ปุ่นมากนัก  ถ้าไม่มองลึกๆ ในรายละเอียดของศิลปะ อาจจะไม่คิดว่าเดินอยู่ในเกาหลีก็ได้
     
    จบจากพระราชวัง  ไปเดินช้อปกระจายกันที่ย่ายทงเดมุน  แหล่งแฟชั่นวัยรุ่นและทุกรุ่น  สาวๆ ส่วนใหญ่ได้เพลิดเพลินกับร้านเครื่องสำอางและเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย   ช้อปแล้วก็ทานอาหารเย็น มื้อนี้เป็นไก่ตุ๋นโสม  เป็นไก่ตัวน้อย ยัดไส้ข้าวเหนียว สมุนไพร และโสมสดต้นเล็กๆ  ตุ๋นนาน 6 ชั่วโมง เสิร์ฟมาด้วยความร้อนระดับเดือดพล่าน
     
    อิ่มแล้วเดินทางไปเมืองยางจี  นอนที่ยางจี ไพน์ รีสอร์ท  รีสอร์ทที่มีเนินเขาเล่นสกีได้ในฤดูหนาว  ที่นี่ไม่มีเตียง ได้นอนที่นอนสไตล์เกาหลีกันจริงๆ
     
    30 มิถุนายน
    หลังอาหารเช้า  มุ่งหน้าสู่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์  ที่นี่ใหญ่ สถานที่สวย และมีของเล่นให้ตื่นเต้นเร้าใจกว่าที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์มากมายหลายเท่านัก  แค่เดินถ่ายรูปก็เพลิดเพลินได้มากแล้ว  เสียดายแค่ของที่ระลึกไม่น่าสนใจนัก
     
    บ่ายโมงออกจากสวนสนุก เกินหมูย่างเกาหลีต้นตำรับ  เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในบรรดามื้ออาหารที่กินในเกาหลีเลยทีเดียว  หมูชิ้นโตฉ่ำซอส ย่างบนกระทะร้อนๆ ด้วยเวลาอันสั้น  นุ่มอร่อยสุดๆ จนต้องซื้อซอสกลับมาหมักและทำกินเองที่บ้านด้วย
     
    กลับเข้ากรุงโซล  แวะชมศูนย์โสมที่มีผลิตภัณฑ์จากโสมมากมาย  เข้าชมบ้านของประธานาธิบดี  ได้ถ่ายรูปกับทหารที่แต่งชุดโบราณ  จากนั้นแวะทานอาหารเย็น ป็นข้าวอบหม้อดินกับสุกี้ชาบูหม้อโต 
     
    เข้าโรงแรมที่พัก  แล้วออกมาเดินช้อปกระหน่ำอีกครั้งในย่านเมียงดง  ที่นี่สาวๆ ได้เพลิดเพลินกับการช้อปเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีที่ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับราคาที่ขายอยู่ที่เมืองไทย  ไม่ว่าจะเป็น Skinfood, Etude, Missha, La Neige ฯลฯ
     
    1 กรกฎาคม
    เริ่มโปรแกรมกันด้วยสายฝนที่หมู่บ้านฮันนก  หมู่บ้านที่อนุรักษ์บ้านเรือนแบบโบราณเอาไว้  ออกจากที่นี่ ไปช้อปสินค้าดิวตี้ฟรี  สาวๆ ยังคงหมกมุ่นกับเครื่องสำอาง  หนุ่มๆ ก็ไปสำราญกับมุมอเล็กโทรนิกส์   เสร็จแล้วไปเที่ยว World Cup Stadium ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์แสดงวิวัฒนาการด้านฟุตบอลของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะประวัติการเข้าร่วมฟุตบอลโลก  ได้เข้าไปสู่สนามจริงที่ใช้แข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2002 ที่เกาหลีเป็นเจ้าภาพร่วมกับญี่ปุน   แวะชมร้านจำหน่ายพลอย Amethyst พลอยสีม่วงที่คนเชื่อว่ามีพลังในตัวเอง และช่วยส่งพลังให้กับผู้ที่สวมใส่   หลังจากทานอาหารจีนเป็นมื้อเที่ยง มื้อสุดท้ายในเกาหลีแล้ว  ก็มุ่งหน้าไปยังสนามบิน  ระหว่างทางแวะซื้อสินค้าที่นักท่องเที่ยวไม่ต้องการพลาด  ร้านขายของฝากประเภทอาหารเกาหลี  สินค้าขายดีหนีไม่พ้นบะหมี่รสเด็ด  หอบหิ้วกันมาคนละ 2-3 ลัง
     จบทริปอย่างรวดเร็ว  เวลาช่างสั้นจริงๆ  ทริปนี้สั้นมากจนงงว่าเที่ยวเสร็จแล้วหรือนี่   สรุปว่าสาวๆ น่าจะถูกใจกับการไปเกาหลีมากกว่า  เพราะถ้าไม่นับเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  การช้อปปิ้งที่เป็นกิจกรรมหลักอันดับถัดมาดูจะดึงดูดความสนใจของผู้หญิงได้มากกว่าเยอะ  โดยเฉพาะเครื่องสำอางหลายยี่ห้อทั้งที่มีขายในบ้านเราและไม่มี  ราคาถูกจนน่าตะลึงจนอดหยิบติดมือกลับมาไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องสำอางถูกทั้งๆ ที่สินค้าอย่างอื่นแทบทุกอย่างแพงมากมาย  อาหารอร่อยใช้ได้  คนพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างตามร้านค้าต่างๆ  ไม่ลำบากมากนักเวลาซื้อของ  สิ่งที่ยากลำบากเวลาซื้อของก็คือการคำนวณราคา  ถ้าไม่มีเครื่องคิดเลขไปด้วยอาจปวดหัวและจ่ายเงินผิดความตั้งใจได้

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://nong-sp.spaces.live.com/blog/cns!9E80B6E53F60E093!746.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None